ข้อดี-ข้อเสียในการหางานทำในกรุงเทพมหานคร
ธันวาคม 1, 2017
ระบบสินค้าคงคลังมีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร
มกราคม 8, 2018
Show all

งบแสดงฐานะการเงิน

บางคนอาจยังไม่รู้ว่า “งบการเงิน” นั้นคืออะไร ทำเพื่ออะไร มีประโยชน์อย่างไร และใช้ทำอะไร งบการเงิน คือ การทำข้อมูลเพื่อแสดงฐานะการเงินผลการดำเนินงานของกิจการ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในเชิงธุรกิจ และต้องอธิบายความสัมพันธ์ของส่วนต่างๆของงบแสดงฐานะการเงินในส่วนต่างๆ ได้ด้วย อันดับแรกเรามาทำความรู้จักงบทางการเงินต่างๆ กันก่อน ว่ามีงบอะไรบ้าง

1. งบดุล (Balance Sheet)

คือ เป็นงบแสดงฐานะทางการเงินของกิจการที่ทำอยู่ ณ วันใดวันหนึ่งของรอบบัญชี โดยจะแสดงให้ทราบถึง สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ ว่ามีจำนวนเท่าใด ตามหลักแล้วจะต้องจัดทำงบดุลขึ้นมาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งการจัดทำงบดุลนี้จะทำให้หน่วยงานรัฐสามารถประเมินและจัดเก็บภาษีได้ กิจการบางแห่งอาจจะจัดทำงบดุลเพื่อแสดงฐานะการเงินทุกวันสิ้นเดือนก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้รายงานของทางกิจการนั้นๆ

งบดุลนี้จะแสดงเฉพาะฐานะการเงินของกิจการนั้นๆ เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับฐานะการเงินของผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ งบดุลจะแสดงการใช้เงินทุนของกิจการ ซึ่งสามารถคิดเป็นสมการได้ดังนี้

สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ

การลงทุน = การจัดหาทุน


งบดุลจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้ดังนี้

1.1 งบดุลแบบบัญชี (Accounting Form) คือ งบดุลแบบบัญชีจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ทางด้านซ้ายจะแสดงรายการสินทรัพย์ ส่วนทางด้านขวาจะแสดงรายการของหนี้สินและส่วนของเจ้าของ มีขั้นตอนการทำดังนี้

• เขียนชื่อกิจการ (กลางหน้าระดาษ) บรรทัดที่1

• เขียนคำว่างบดุล (กลางหน้าระดาษ) บรรทัดที่2

• เขียนวันเดือนปี ณ วันที่ได้ทำการบันทึก (กลางหน้าระดาษ) บรรทัดที่3

• ตีตารางแล้วขีดเส้นแบ่งกั้นตรงกลางให้มี 2 ฝั่ง

• ฝั่งซ้ายจะเขียนรายละเอียดของสินทรัพย์ของกิจการที่มีอยู่

• ฝั่งขวาจะเขียนรายละเอียดของหนี้สินและส่วนของเจ้าของที่มีอยู่

1.2 งบดุลแบบรายงาน (Report Form) คือ การจัดทำงบดุลแบบรายงาน จะมีรูปแบบรายงานทรัพย์สินอยู่ส่วนบน สำหรับหนี้สินและส่วนของเจ้าของจะอยู่ส่วนล่างของรายงาน มีขั้นตอนการเขียนดังนี้

สินทรัพย์ คือ ทรัพยากรที่มีอยู่ของกิจการ ซึ่งสินทรัพย์นี้เกิดจากการประกอบกิจการทั้งหมด ที่สามารถจะใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต ซึ่งแบ่งสินทรัพย์เหล่านี้ได้คือ

สินทรัพย์หมุนเวียน คือ เงินสดหรือสินทรัพย์อื่นๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นสดได้ในระยะเวลาหนึ่งปีหรือหนึ่งรอบ

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คือ สินทรัพย์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ ภายในหนึ่งปีหรือหนึ่งรอบระยะบัญชี ของกิจการ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากและมีความถาวร ยกตัวอย่างเช่น อาคารรวมที่ดิน เป็นต้น

หนี้สิน คือ พันธะผูกพันที่บุคคลภายนอกกับกิจการที่เป็นผลของเหตุการในอดีตอาจเกิดจากการกู้ยืมทางธุรกิจหรือจากเหตุการอื่นๆที่ต้องชำระคืนด้วยสินทรัพย์ ซึ่งทำให้กิจการสูญเสียทรัพยากรที่มีประโยชน์ไปแบ่งได้ 2 ประเภท คือ

หนี้สินหมุนเวียน คือ เป็นหนี้สินที่จะต้องชำระภายใน 12 เดือน นับตั้งแต่วันนี้ลงงบดุล

หนี้สินไม่หมุนเวียน คือ หนี้สินที่มีระยะเวลายาวกว่าหรือครบกำหนดเกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่ลงงบดุล

1.3 ส่วนของเจ้าของหรือส่วนของผู้ถือหุ้น คือ สิทธิเรียกร้องหรือส่วนที่ได้เสีย ที่เจ้าของมีอยู่เหนือทรัพย์สิน หลังจากหักสิทธิเรียกร้องที่เป็นของเจ้าหนี้ออกไปแล้วอาจกล่าวได้คือสินทรัพย์สุทธิหรือส่วนที่สินทรัพย์มากกว่าหนี้สิน ส่วนของเจ้าของนี้ถ้าธุรกิจเป็นบริษัท มักจำกัดเรียกว่าส่วนของ “ผู้ถือหุ้น” นั่นเอง


2. งบกำไรขาดทุน (Profit and Loss Statement หรือ Income Statement)

คือ งบที่แสดงผลการดำเนินงานของกิจการในรอบระยะเวลาของบัญชีที่กำหนด แต่จะต้องไม่เกิน 1 ปี เป็นงบการเงินที่สามารถแสดงผลการดำเนินงานของกิจการในระบระยะเวลาหนึ่ง อาจจะเป็น 3 เดือน หรือ 6 เดือน เพื่อช่วยวัดผลการดำเนอนงานของกิจการว่ามีรายได้หรือค่าใช้จ่ายต่างๆของกิจการในรอบระยะเวลานั้นเท่าใด และเมื่อนำรายได้มาหักกับค่าใช้จ่ายแล้ว จะเป็นกำไรสุทธิ (Net Income) และขาดทุนสุทธิ (Net Loss) ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะอธิบายความหมายได้ดังนี้

รายได้ คือ สินทรัพย์ทั้งหมดที่ได้รับจากการประกอบกิจการ

ค่าใช้จ่าย คือ ค่าใช้จ่ายต่างๆ อาจเป็นค่าบริการหรือสินค้าต้องจ่ายเมื่อทำกิจกรรมใดๆ โดยอาจจะเป็นในรูปของเงินสดหรือเครดิตก็ได้

กำไรสุทธิ คือ ส่วนของรายได้ที่เกินต้นทุนขาย

ขาดทุนสุทธิ คือ ส่วนของรายได้ที่ต่ำกว่าต้นทุนขาย

การทำงบกำไรขาดทุนมีอยู่ 2 อย่างคือ

งบกำไรขาดทุนแบบชั้นเดียว คือ การแยกแสดงรายได้และค่าใช้จ่าย จากนั้นจึงนำรายได้ทั้งหมดหักด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมดทีเดียว แสดงเป็นกำไรหรือขาดทุนสุทธิในบรรทัดสุดท้าย ซึ่งของวิธีนี้ก็คือง่าย แต่บางทีเราอาจจะต้องการดูความสามารถในการทำกำไรอื่นๆของกิจการนอกเหนือจากกำไรสุทธิเพียงอย่างเดียว

งบกำไรขาดทุนแบบหลายชั้น คือ การแสดงรายได้จากการขายหักด้วยค่าใช้จ่ายเป็นชั้น ๆ ซึ่งจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากกว่าเนื่องจากแยกผลจากการดำเนินงานปรกติ และ ไม่ปกติของกิจการ ทำให้ประเมินความสามารถในการทำกำไรของกิจการได้ดีกว่า


3. งบแสดงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเจ้าของ (Statement of Changes in owner Equity)

คือ รายงานที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเจ้าของ เป็นงาบการเงินที่แสดงการเปลี่ยนแปลงกระทบต่อยอดยกมา ณ วันต้นงวดและวันสิ้นงวด


4. งบกระแสเงินสด (Cash flow Statement)

คือ งบทางการเงินที่แสดงการเปลี่ยนแปลงเงินสดของกิจการในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น รอบบัญชี โดยจะแสดงการได้มาและใช้ไปของเงินสดและรายการเทียบเท่ากับเงินสด กิจกรรมหลักๆก็คือกิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถประเมินสภาพคล่องตัวของกิจการ โดยเฉพาะความสามารถในการชำระหนี้นั่งเอง


การทำรายงานงบการเงินนั้นมีประโยชน์ต่อการดำเนินงานของกิจการได้คือ ผู้บริหารของกิจการจะใช้ข้อมูลทางการเงินมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนและปรับปรุงผลการดำเนินงานให้ดีขึ้นและสามารถใช้รายงานต่อทางราชการ และยังใช้ประกอบการกู้ยืมเงินจากสถาบันทางการเงินได้

บทความนี้เยี่ยมมากเลย!

อยากทำบัญชีให้เรียบร้อยกว่าเดิมมั้ย? PYMLO ช่วยคุณจัดการบัญชีธุรกิจอย่างง่ายและรวดเร็ว

Comments are closed.